Free Web Hosting Provider - Web Hosting - E-commerce - High Speed Internet - Free Web Page
Search the Web

เรียงความเรื่อง “พ่อ แม่ ของฉัน”

 

            “แม่” คำนี้อาจจะเป็นคำสั้นๆ ที่ไร้ความหมายสำหรับคนที่ไร้ความหมายสำหรับคนที่เห็นแม่อยู่บ่อยครั้งจนเบื่อ  โดยไม่ทราบ  ถึงความรักที่แม่มอบให้ แต่สำหรับคนที่ไม่มีแม่ หรือ แม่เสียชีวิต  จนเป็นปมด้อยของตนที่เฝ้ารอคอยให้แม่นั้นกลับมา  และต้องการความรักของ แม่ คำว่า “แม่” จึงมีความหมายสำหรับคนที่ไร้แม่

            “แม่”  คำนี้ เมื่อก่อนฉันคิดว่าเป็นคำที่ไร้ค่า  เพราะคนที่มีแม่เหมือนไม่มีแม่     เมื่อเด็กนั้นแม่ทิ้งฉัน แม่ไม่เคยใส่ใจดูแลว่าฉันจะเป็นอย่างไร  ฉันจึงเกลียดแม่มาก    ตอนเด็กฉันต้องอาศัยอยู่กับป้ามาโดยตลอด  แต่พอฉันโตขึ้น  แม่กลับมาหาฉัน  ฉันจึงคิดว่าแม่มาหาฉันเพื่อต้องการจะให้ฉันช่วยงาน  แต่ที่จริงแล้วมันไม่ใช่ แม่กลับมาเพื่อแก้ไขเรื่องราวในอดีต  แต่ฉันมีอคติต่อแม่  แม่ดูแลฉัน  แต่ฉันไม่เคยสนใจแม่  ฉันไม่คิดที่จะรักแม่เลยสักนิด  แถมแม่ยังมีสามีใหม่อีก  ฉันยิ่งเกลียดแม่และสามีใหม่ของแม่      แม่ให้เงินฉันไปโรงเรียนทุกวัน  เพื่อเป็นการเลี่ยงดูฉัน  แม่ซื้ออาหารให้ฉันกิน            ในทุกวันพ่อใหม่และแม่ของฉันจะไม่อยู่บ้านที่เช้าไว้  เพราะแม่จะต้องไปทำงานเย็นจึงจะกลับ บางครั้ง ก็ 2 ทุ่ม ฉันเอาเงินมาโรงเรียนที่แม่ให้กินโดยสุรุ่ยสุร่าย เพราะคิดว่า   แม่มีเงินมาก  แต่มีเย็นวันหนึ่งซึ่งทำให้ฉันคิดได้  ฉันกลับไปบ้าน  ยายใช้ไปเฝ้าบ้านให้แม่  เพราะยายเห็นว่าแม่ยังไม่กลับมาในวันนั้นฝนก็ตก  ฉันเห็นแม่ขับรถมา  ป้าก็ขับมาตามหลัง  ตอนแม่ขับมาจอด ฉันเห็นแม่ร้องไห้ ตามลำตัวของแม่มีรอยแผลเกลื่อนไปหมด  ฉันจึงถามแม่ว่า แม่โดนอะไรมา  แม่บอกว่า  แม่เอารถไปล้ม  ถังยาคูลย์ของแม่    ที่จะนำไปขายตกลงจากรถ  ยาคูลย์ได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมาก  แม่จึงจำเป็นต้องซื้อยาคูลย์ทั้งหมดไว้  รวมเป็นเงินถึง 1,500 บาท  มันอาจเป็นเงินจำนวนน้อยของคนอื่น  แต่เมื่อเทียบกับเงินเดือนของแม่ฉันถือว่าเป็นเงินจำนวนมากทีเดียว  ฉันรู้สึกสาสารแม่ว่าทำไมแม่ต้องเจอเรื่องแบบนี้ด้วย  และฉันสังเกตหลายครั้ง  ในบางมื้อแม่ยอมกินมาม่า  และให้ฉันกินอาหารที่ดีกว่า  ฉันก็รู้สึกสำนึกในบุญคุณของแม่  ต่อจากนั้น  ฉันจึงใช้เงินอย่างประหยัด  เพราะเงินทุกบาทหามาด้วยความยากลำบาก  บาดแผลตามลำตัวของแม่ยังไม่หายดีนัก  แต่แม่ต้องขับรถออกจากบ้านไปทำงาน  ฉันถามแม่ว่าแม่ไม่ทำงานไม่ได้  หรือ  แม่บอกว่า  ถ้าแม่ไม่ไปทำงานเขาก็จะหักเงินเดือนแม่  และเราจะเอาเงินที่ไหนกิน  ฉันรู้ว่าฐานะของบ้านฉันไม่ค่อยดีนัก  ตอนเปิดเรียน  แม่ฉันต้องกู้เงินเพื่อซื้ออุปกรณ์การเรียน  พ่อใหม่ก็ช่วยเหลือฉันบ้าง  ก่อนที่แม่จะออกไปทำงานฉันก็ไปโรงเรียน       จึงไม่ได้ช่วยแม่แต่อย่างใด  เพราะฉันต้องไปเรียนหนังสือ  แม่บอกว่า  ถ้าฉันเรียนหนังสือเก่ง ฉันจะได้สบาย  ไม่ลำบากเหมือนแม่ แต่ตอนเรียนฉันไม่มีสมาธิเลย  เพราะมัวแต่คิดเรื่องของแม่  ว่าแม่ไปทำงาน  แม่เป็นอย่างไร  เพราะแม่ต้องขับรถตลอดทั้งวันเสี่ยงกับการใช้รถใช้ถนน  แดดก็ร้อน  แต่แม่กลับไม่เคยได้พัก  ความเกลียดชังที่ฉันมีต่อแม่เริ่มจางหายไป  ความรักกลับเข้ามาแทรก  อาจจะเป็นเพราฉันเริ่มโตขึ้น  เริ่มรู้อะไรเป็นอะไร  ฉันนึกสงสารแม่ในทุกสิ้นเดือนยาคูลย์ของแม่ก็เหลือ  แม่จึงจำใจต้องซื้อยาคูลย์ทั้งหมดไว้  ถ้าแม่ไม่ซื้อก็เคลีย์บัญชีไม่เสร็จ  เงินเดือนก็จะไม่ได้รับแถมยาคูลย์    ก็ใกล้หมดอายุเข้าทุกที  ฉันจึงต้องช่วยแม่นำยาคูลย์ไปขายคนแถวบ้านเขาก็ช่วยกันซื้อ  ก็ยังดีที่ฉันได้ช่วยแม่บ้างในบางส่วน  แต่สิ่งที่รู้คือฉันต้องตั้งใจเรียนหนังสือจะได้จบ

สูง ๆ โตขึ้นมาฉันและแม่ พ่อ จะได้สบาย ส่วนพ่อใหม่ของฉันก็เลิกอคติ  เพราะคิดว่า  ท่านให้ความรักและพร้อมที่จะดูแลแม่ของฉัน  ถึงฉันมีแม่แล้ว  ฉันก็ยังไม่ลืมพระคุณของป้าที่เลี้ยงดูฉันแต่เล็ก  บางครั้งแม่และป้ามักดุด่าว่ากล่าวฉัน  ฉันรู้สึกไม่พอใจนัก  แต่รู้ว่าแม่กับป้าด่าฉัน เพราะรักฉัน  ถึงแม้แม่จะไม่ได้ดูแลเลี้ยงดูเราแต่เล็ก  แต่ท่านก็ให้กำเนิดเรา ถ้าไม่มีแม่ก็ไม่มีเราในทุกวันนี้  แม่และพ่อเป็นผู้มีพระคุณต่อเรามาก  แม่ต้องทนอุ้มท้องเราตั้ง 9 เดือน และกว่าเราจะคลอดออกมาเป็นคน  แม่เจ็บปวดมากแค่ไหน  และตอนอุ้มท้องท่านก็ต้องลำบาก  นอนก็ไม่สบาย  ยิ่งใกล้จะถึงวันที่แม่คลอดแล้ว  บุญคุณของพ่อและแม่  สุดจะหาสิ่งมาเปรียบ  และไม่สามารถระบุได้ด้วยกระดาษสักกี่ร้อยแผ่นก็ไม่สามารถเขียนพระคุณของพ่อแม่หมด  แต่ถ้าเราอยากจะรู้เราก็เห็นอยู่ทุกวัน  ปากอย่าบอกแต่รักท่าน  พฤติกรรมที่แสดงออกก็ต้องรักท่านด้วย  และอย่ารักท่านเฉพาะวันแม่  วันพ่อ  หรือ  วันพิเศษ  แต่เราต้องรักท่านทุกวัน  ความรักที่ท่านมีให้แก่เราอาจจะไม่สามารถเขียนบรรยายได้  แต่ฉันได้คิดว่าความรัก ความห่วงใย ที่แม่มอบให้  ลูกทุกคนรู้ดีอยู่เต็มอก  การที่เราจะตอบแทนพระคุณ มิควรรอเวลา  เพราะมันอาจจะสายเกินไป

 

โดย
เด็กหญิงอาทิตยา  กาละพวก  ชั้น ป.6

โรงเรียนบ้านพระบาท

กลับหน้าหลัก